ผู้บริหาร

พระครูโชติธรรมสุนทร
พระครูโชติธรรมสุนทร
ประวัติพระครูโชติธรรมสุนทร
โบสถ์ไม้สักทอง
ประวัติการสร้าง
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 15/12/2011
ปรับปรุง 03/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 248248
Page Views 319741
ข่าวประชาสัมพันธ์
-ประวัติพระคะมอย แปลจากภาษามอญ-ไทย โดยพระครูโชติธรรมสุนทร (ช่วง โชติปาโล)

                                 
่(ประวัติภาษาไทย)                                       (History)    

ประวัติพระคะมอย

ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลหมดแหมะเลิม (เมาะลำเลิง)

เมืองสบปุ (สะพุ) รัฐมอญ ปัจจุบันพม่าปกครองไว้

เหตุอัศจรรย์น้ำไม่ท่วมพระคะมอย

สมควรไปกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล


พระครูโชติธรรมสุนทร วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

แปลจากต้นฉบับภาษามอญของพระอาจารย์ปาลิตะภิกขุเถระ วัดธาตุชัด หมู่บ้านกะมาวัก รัฐมอญ ในประเทศพม่า วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗


ปรารถนาสมหวังในภพภูมิปัจจุบัน

พระคะมอยประดิษฐานอยู่ชายฝั่งทะเลหมดแหมะเลิม (เมาะลำเลิง) รัฐมอญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระสมณะโคดม เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๓๗ ปี พระเจ้าอยู่หัวที่ปกครองประเทศศรีลังกาทรงพระนามว่า “พระเจ้าเทวานังปิยะติสสะ” ทรงดำริด้วยสมาธิญาณ เพื่อประสงค์ให้พระราชบุตรของพระองค์ชื่อว่า “พระมหินทะเถระ” เป็นพระอรหันต์ อย่างนี้

ประชาอาณาราษฎรทั้งหลาย สถานที่พระธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่นั้น ไม่เคยเห็นไม่เคยพบกราบไหว้ขณะพระพุทธเจ้าทรงพระชนม์อยู่ ถ้าหากว่ามีการแกะสลักพระพุทธรูปแล้วจะได้กราบไหว้บูชา พุทธบริษัทมีความศรัทธาเลื่อมใสเหมือนอย่างได้กราบไหว้พระพุทธเจ้าขณะยังทรงพระชนม์อยู่ เพราะเหตุนั้นเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา พระมหินทะเถระจึงรับเป็นหน้าที่จัดแจงตามความประสงค์นั้นให้ถูกต้อง พระมหินทะเถระได้มอบให้พระมหาเถระอุปปะติสสะเป็นธุระ พระเจ้าเทวา-นังปิยะติสสะทรงโสมนัสเหมือนอย่างยางพาราถูกน้ำมัน ก็เสด็จกลับไปสู่พระราชวังของพระองค์

ขณะนั้นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์แข็งกระด้างขึ้น สมเด็จพระอมรินทร์เทวาธิราชสอดส่องทิพยเนตรจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มายังมนุษย์โลก หยั่งรู้พระทัยพระเจ้าอยู่หัว เทวานังปิยะติสสะว่ามีความประสงค์จะแกะพระพุทธรูป ส่วนสูง ๑ ศอก ๑๒ นิ้ว จำนวน ๔ องค์ ให้ประดิษฐานอยู่บนบัลลังก์ของพระองค์

ล่วงค่ำคืนดึกดื่นไปแล้ว รุ่งแจ้งฟ้าสางตอนเช้าตรู่ พระเจ้าเทวานังปิยะติสสะทอดพระเนตรเห็นพระพุทธปฏิมา ๔ องค์ ทรงโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง โปรดให้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์หลายรูปมาฉันภัตตาหารเพล ๑๕ วัน พระอุปปะติสสะเถระนำพระพุทธรูปสององค์ยกขึ้นบนล้อเกวียนไม้สักซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ เมตร พระพุทธรูปองค์หนึ่งวางบนล้อเกวียนไม้สักเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ เมตร ส่วนพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งวางบนล้อเกวียนไม้สักเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ เมตร แล้วนำพระพุทธรูปทั้งหมดไปที่ท่าเรือชมพูโกละจากเมืองศรีลังกา แล้วตั้งสัตยาธิษฐานว่าขอให้พระพุทธรูปเหล่านี้ประดิษฐานพร้อมทั้งพระธาตุ ๔ องค์บนล้อเกวียนทั้งสามล้อ ประทับอยู่ในที่แห่งนั้นและอธิษฐานให้พระพุทธรูปลอยไปท่ามกลางมหาสมุทร


รูปล้อเกวียนมอญโบราณเป็นไม้สักเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เมตร เอาจีวรพันล้อเป็นที่ประทับสำหรับพระคะมอย พระพุทธรูปองค์แรกที่ลอยมาบนล้อเกวียนไม้สักนี้ลอยมาถึงเมืองพะสิม ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือมีระยะทาง ๖๐ กิโลเมตร ก็มาถึงเมืองมุตาวซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ขณะนี้พระพุทธรูปได้ตั้งอยู่ที่เมืองพะสิม พระพุทธรูปองค์ที่สองลอยมาบนล้อเกวียนนั้นลอยมาถึงเมืองกยาดทอ (ชาดทอ) องค์นี้มีอิทธิฤทธิ์อานุภาพ ที่หน้าผากพระพุทธรูปมีแสงเป็นประกายเป็นวงเล็กๆ ชาวบ้านจึงเรียกพระพุทธรูปมีไฝแมลงวัน ชาวมอญเรียกว่า “พระปอลอ” อรรถาธิบายว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยผุดขึ้นผุดลงบนผิวน้ำ พระพุทธรูปบนล้อเกวียนไม้สักที่ลอยมาถึงเมืองกยาดทอ (ชาดทอ) มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่


พระอรหันต์ชื่อว่าพระอุปปะติสสะกำลังอธิษฐานจิต แล้วลอยพระพุทธรูป ๔ องค์ในท่ามกลางมหาสมุทร อนึ่งพระคะมอยก็อยู่ในจำนวนนี้ด้วยพระพุทธรูปองค์ที่ ๓ ลอยมาถึงเมืองทะวาย มีอิทธิฤทธิ์มากจึงเรียกว่า พระมุทีพระพุทธรูปองค์ที่ ๔ ลอยมาบนล้อเกวียนไม้สักเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ เมตรลอยมาถึงเมืองพระคะมอย ลอยวนอยู่ท่ามกลางทะเล ประมาณ ๕๐ วาจากชายฝั่งทะเลมีหินดาดตั้งอยู่ ประชาชนชาวมอญทั้งหลายรวมทั้งพระภิกษุสงฆ์ได้กราบไหว้บูชาพระพุทธรูปบนล้อเกวียนที่ลอยมานั้น ประชาชนชาวมอญมีจิตศรัทธาในพระพุทธรูป พร้อมใจกันนิมนต์ให้ตั้งอยู่บนหินดาดซึ่งอยู่ท่ามกลางทะเลด้วยวิธีต่างๆ เช่น ใช้เชือกลาก ผลักให้เคลื่อนย้ายขึ้นมาให้ประทับอยู่บนหินดาด ฯลฯ พยายามอย่างไรก็ไม่เคลื่อนย้ายประทับอยู่ที่เดิม



.....ขณะนั้นที่เมืองพระคะมอย ผู้มีบุญบารมีเป็นหญิงหม้ายชาวมอญคนหนึ่ง เป็นผู้มีศีลธรรมและมีสมาธิ ใช้เชือกเส้นด้ายสายสิญจน์ผูกมัดกับองค์พระที่ประทับอยู่บนล้อเกวียนที่กล่าวมาแล้ว จึงทำสัตยาธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าเป็นหญิงหม้ายคนนี้ จากเป็นเด็กเล็กๆ จนถึงจำความได้ อยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ มีศีล ๕ เหมือนอย่างช่อดอกไม้ ๕ ช่อ ไม่เคยเหี่ยวแห้ง ตั้งมั่นอยู่ในศีล ๕ เป็นประจำ ถ้าคำพูดนี้เป็นสัจจะแล้วไซร้ขอพระพุทธรูปเสด็จขึ้นมาหน่อยเถิด เมื่ออธิษฐานแล้วเอามือจับเส้นด้ายสายสิญจน์ องค์พระพุทธรูปที่ประทับอยู่บนล้อเกวียนได้เสด็จขึ้นมาบนหินดาดในวันนั้น ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสอง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๓๗ พระพุทธรูปที่ได้อัญเชิญขึ้นมานี้ประทับอยู่ข้างพระเจดีย์เอกาทะสะราชบุตรกษัตริย์มอญที่สร้างไว้ที่เมืองกรานนั้น

เหตุอัศจรรย์ของพระคะมอย ๕ ประการ

๑. สถานที่พระคะมอยนี้หินกรวดเล็กๆ นิดหน่อยไม่มี ทางทิศตะวันออก

สถานที่สุภาพสตรีกราบไหว้บูชา ความยาวประมาณ ๑๐๐ ศอก ส่วนกว้าง ๓๐ วานี้

๒. สถานที่อื่นนั้น ก้อนหินบิ่นมีอยู่สะอาดดูสวยสดงดงามได้เห็นเป็นที่วิเศษ

๓. เวลาน้ำขึ้นลงในสถานที่ประดิษฐานพระคะมอยนี้ ลูกคลื่นที่พัดมานั้นเป็นเหมือนอย่างว่าประนมมือไหว้พระคะมอย เวลาน้ำขึ้นจะเห็นโดยแปลกวิเศษ

๔. ส่วนมากเวลาน้ำขึ้นมากๆ ที่พระคะมอยนี้ แม้สักครั้งน้ำก็ไม่ท่วม มองดูแล้วเป็นแอ่งของน้ำ แต่น้ำไม่เข้าไป คลื่นพัดมาก็ลอยออกไปข้างนอกโดยแปลกวิเศษ ได้มองเห็นอย่างชัดเจน

๕. บนที่พระคะมอยคันธกุฎีนี้ ไม่อนุญาตให้สุภาพสตรีขึ้นไป สมัยก่อนโน้นยังไม่มีข้อห้าม สุภาพสตรีขึ้นไปจำนวนมาก ก็เกิดเหตุเภทภัยอันตรายต่างๆ นานา เช่น ไม่ใช่เวลาฝนตกฝนก็ตก และเกิดลมพายุใหญ่พัดมา ทำให้ขนพองสยองเกล้า ได้เห็นเป็นเหตุอัศจรรย์

นี้คือความอัศจรรย์ของพระคะมอย ๕ ประการ

สมัยก่อนโน้น มหาชนชาวมอญสร้างถนนที่ไปทางพระคะมอยจากพื้นดินสูง

ประมาณ ๔ ศอกเศษ ใช้ปูนซิเมนและหินผสมอิฐจากฝั่งทางทิศตะวันออกจนถึงวิหารพระคะมอยโน้น เวลาน้ำขึ้นน้ำลงเดินลงไปกราบไหว้บูชาพระคะมอยสบายอกสบายใจขึ้นไปบนศาลา ๒ ชั้นทางฝั่งบนน้ำเค็ม พักผ่อนต้อนรับแขกแล้วรู้สึกปลื้มอกปลื้มใจ มีวัดสำหรับพระภิกษุสงฆ์พักผ่อนหลับนอนตามสบาย อีกส่วนหนึ่งสำหรับประชาชนมากราบไหว้พระคะมอยก็มีที่พักให้ด้วย ส่วนจะมาพักกันในงานเทศกาลประจำปี

สถานที่อนุญาตให้สุภาพสตรีขึ้นไปไหว้พระคะมอย

สถานที่สำหรับผู้หญิงได้ขึ้นไปกราบไหว้พระคะมอย สร้างศาลาหลังใหญ่ ๑ หลัง ๑ ชั้นทางทิศใต้ เข้าไปกราบไหว้ทางทิศเหนือข้างกับพระคะมอยที่ลอยมาจากประเทศศรีลังกา ผู้หญิงได้กราบไหว้บูชานำดอกไม้ไปบูชา เงินตระกูลต่างๆ เต็มตู้บริจาค ๑ ปี ๑ ครั้ง มีการจัดงานเทศกาลกราบไหว้พระคะมอย เริ่มจากเดือนเมษายนขึ้น ๑๑ ค่ำ ถึงเดือนวันเพ็ญเดือนสิบสอง ชนชาติที่นับถือพระพุทธศาสนาทั่วทั้งสี่ทิศพร้อมใจกันมาหลายแสนคน มากราบไหว้บูชาพระคะมอย อิ่มหนำสำราญใจด้วยบุญกุศลอนันตะอนันตัง พวกชาวมอญหมู่บ้านกะมาวักบางจำพวกนำเรือติดเครื่องยนต์ลำใหญ่ๆ มาก็มีจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ถึงไม่ใช่วันเทศกาลก็มีประชาชนไปกราบไหว้บูชาพระคะมอยกันทุกๆ วัน มีเจ้าหน้าที่ดูแลพระคะมอยต้อนรับด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ขอเชิญไปกราบไหว้ได้ทุกวัน

บนวิหารนั้นมีศิลาจารึกด้วยภาษามอญ น้ำในมหาสมุทรเอ่อขึ้น ตอนน้ำขึ้นอยู่ในศาลาในวิหารไม่ต้องกลัว เรื่องราวประวัติพระคะมอยนั้นมีอานุภาพมากช่วยเหลือผู้มากราบไหว้ในภพปัจจุบันได้ ประชาชนพากันมาบูชาพระคะมอยเป็นจำนวนมากมายมหาศาล พระคะมอยเป็นของชนชาติมอญในอดีต อยู่ริมฝั่งทะเลหมดแหมะเลิม เป็นสมบัติเป็นมงคลของชนชาติมอญอย่างแท้ๆ ในอดีต ปัจจุบันนี้พม่าปกครองไว้ ควรทำใจให้ผ่องใสทำจิตใจให้เป็นอารมณ์ในพระคะมอย ประสพความสำเร็จสมหวังในภพปัจจุบันเทอญฯ

แปลกวิเศษหลายอย่างพระคะมอย

ก. น้ำในมหาสมุทรถึงจะขึ้นมาใหญ่ๆ จำนวนมากขึ้นลง ไม่สามารถปกคลุม ไม่จมทั่วบริเวณวิหาร ไม่สามารถจะถล่มวิหารพระคะมอยให้จมลงได้

ข. ลูกคลื่น น้ำที่มากับลูกคลื่นซัดเข้าไปในวิหารพระคะมอยไม่ได้

ค. ลมพายุพัดมาจำนวนมาก ไม่สามารถทำให้วิหารพระคะมอยล้มลงหรือเอนเอียงไป

ง. ผู้หญิงทุกๆ คนขึ้นไปบนวิหารพระคะมอยไม่ได้ ถ้าขึ้นไปทำให้พายุพัดมาใหญ่ ฝนตกหนักขณะนั้น

จ. พวกโคปะกะ (ผู้ดูแลสถานที่) ไม่กล้าหลับนอนร่วมกับสามีภริยาบนวิหารพระคะมอย

คาถาบูชาพระคะมอยอยู่ริมฝั่งทะเลหมดแหมะเลิม

อะยัง ปาระมีสัญจะยัง ภะวาภะเว สุขันติกัง

กะโรนะตัง โลกะอัตถัมปิ สะระณัง นะเมสุตัง

ปุญเญนาเนนะ สัพพัมปิ สะมิชฌะตุ ยะถิจฉิตัง

คำแปล ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อพระคะมอยนั้น ผู้เต็มเปี่ยมด้วยบารมี ผู้นำความสุขมาให้ในภพน้อยภพใหญ่ ผู้ทำประโยชน์เกื้อกูลแก่โลก ผู้เป็นที่พึ่งตลอดกาล ด้วยบุญนั้น ขอความปรารถนาทั้งปวงของข้าพเจ้าจงสำเร็จโดยพลัน

คำย่อพระคาถาพระคะมอย

จะ ภะ กะ สะ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ SACRED เซขริด

จบประวัติพระคะมอยย่อๆ แต่เพียงเท่านี้

พระครูโชติธรรมสุนทร วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

แปลจากต้นฉบับภาษามอญของพระอาจารย์ปาลิตะภิกขุเถระ วัดธาตุชัด หมู่บ้านกะมาวัก รัฐมอญ ในประเทศพม่า วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลาตี ๔ ตอนเช้ามืด แปลเสร็จเรียบร้อย.

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
.....สถาบันไทยคดีศึกษา โทรศัพท์ ๐๒-๖๑๓-๓๒๐๓-๕ ต่อ ณัฐธยาน์ (๑๙) โศรยา (๒๒) เฉลิมชัย (๓๑) ณัฐพัชร (๒๑) กณิกนันด์ (๑๕) 
.....http://facebook.com/TKRI.TU 
.....email : tkri.tu@gmail.com

โพสเมื่อ : 19 ธ.ค. 2557,19:02   อ่าน 733 ครั้ง
www.thaiws.com
© copyright@2011 Esbuy.net. All rights reserved. Power by : Esbuy Team. ,รับทำเว็บ